วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตะลุยเชียงรายทั้งกินทั้งเที่ยว @ Melt in Your Mouth

เป็นคนที่อัพเดทบล๊อกได้แบบไม่สม่ำเสมอสุดๆ เนื่องจากหน้าที่การงานที่วุ่นวายเป็นที่สุดเลยทิ้งร้างบล๊อกไปนาน จนกลับมาก็มึนๆ ว่าจะเขียนอะไรดี แต่เจอรูปร้านอาหารที่เตรียมไว้แล้วยังไม่ได้ลงเลยต้องขอกลับมาเขียนสักหน่อย ร้านนั้นก็คือ Melt in Your Mouth ร้านสวยสไตล์อังกฤษ บรรยากาศดีริมแม่น้ำกก ที่มีอาหารหน้าตาดีและอร่อยด้วย

ก่อนอื่นก็มาดูบรรยากาศรอบๆ กันก่อนดีกว่า แค่ทางเข้าก็น่ารักแล้ว


เนื่องจากเราไปช่วงต้นฤดูฝน น้ำในแม่น้ำกกจึงยังแห้งคอดทีเดียว แต่สวนของร้านก็เขียวชะอุ่มสดชื่นมาก


ก่อนจะไปดูหน้าตาอาหารก็ขอโชว์บรรยากาศน่ารักๆ ในร้านซะหน่อยก่อน 

   


ดูภาพร้านกันมาพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็มาดูหน้าตาอาหารกันต่อเลยดีกว่า 
เริ่มจากเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นกันก่อนเลย อยากบอกว่าจำชื่อเมนูได้ไม่แม่นจนต้องเปิดหากันเลยทีเดียว

สำหรับ แก้วแรกเลยกับ Tropical Paradise ซึ่งเป็นโซดาที่มีส่วนผสมของน้ำส้ม สับปะรด และผลไม้อีกสักอย่างที่จำไม่ได้ รู้แต่ว่ารสชาติของสับปะรดเด่นมาก เปรี้ยวหวานกำลังดี สดชื่นมากค่ะ

ส่วนอีกแก้วก็คือ Pink Valentine mocktail ที่มีส่วนผสมของลิ้นจี่ ส้ม และมะนาว แต่รสที่เด่นนำสุดสำหรับแก้วนี้ก็คือ ลิ้นจี่ ส่วนผลไม้อื่นๆก็ค่อยๆ ตามกันมาพ เปรี้ยวกำลังอร่อยค่ะสำหรับแก้วนี้


จบเรื่องเครื่องดื่มก็มาดูอาหารคาวมื้อหลักกันเลย อยากบอกว่าประทับใจมาก เพราะเป็น East meets West ที่ลงตัวมากค่ะ สำหรับ 2 เมนูที่เราเลือกมา 

มาดูจานแรกก่อนเลยค่ะ กับพาสต้าฮังเล คือลงตัวมาก หมูนุ่มละลาย รสชาติเครื่องแกงเข้มข้นครบถ้วน อร่อยจนอยากให้ลองค่ะ

ส่วนจานต่อไปก็ไม่แพ้กัน สำหรับ เบอร์เกอร์ไส้อั่ว ชอบตรงที่แม้จะมาประยุกต์เป็นอาหารตะวันตก แต่ความเข้มข้นของกลิ่นและรสของเครื่องเทศก็ยังอยู่ครบค่ะ ชิ้นใหญ่จนเกือบจะกินไม่หมด


จบของคาวก็ต้องต่อด้วยของหวานค่ะ บอกเลยว่าอร่อยจนอยากจะฝึกทำให้ได้แบบนี้บ้าง เพราะคงบินไปกินถึงเชียงรายไม่ไหวค่ะ จานนี้ก็คือ มาชเมโล่บราวนี่อุ่น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาเย็น ขอบอกว่า ลงตัวสุดๆ บราวนี่ฉ่ำมาก หนึบๆ ด้วย เป็นเนื้อบราวนี่แบบที่ชอบเลยค่ะ


ครบถ้วนทุกเมนูสำหรับ 1 มื้อของเราค่ะ ก่อนจะจบบล๊อกนี้ไปก็ขอเอาบรรยากาศในสวนฝั่งริมแม่น้ำมาฝากซะหน่อยนะคะ เพราะกินอิ่มแล้วต้องขอเดินสำรวจบรรยากาศเป็นการย่อยอาหารซะหน่อย




วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตะลุยเชียงรายทั้งกินทั้งเที่ยว @ ไร่ชาฉุยฟง

อยากบอกว่าทริปเชียงรายครั้งนี้ เราสองคนทั้งเที่ยวทั้งกินหลายที่มาก แต่ไหนๆ กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง งั้นก็เริ่มจากที่กินก่อนเลย (ตามสไตล์สายแข็ง 555) แต่ที่ๆ เราไปกันนี้ไม่ได้มีแค่อาหารอร่อยๆ แต่ยังมีวิวสวยๆ อีกด้วย เรียกว่าทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา สบายใจกันเลยทีเดียว




นั่นก็คือ "ไร่ชาฉุยฟง" ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ. แม่จัน จ. เชียงราย มาที่นี่เราจะได้ทั้งวิวสวยแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว แม้ว่าเราจะไม่ได้ไปในช่วงฤดูหนาวแต่เนื่องจากตอนเช้าที่เราไปถึงมีฝนตกลงมาปรอยๆ เลยทำให้อากาศวันนั้นกำลังสบาย มีแดดอ่อนๆ เหมาะกับการเดินเที่ยวถ่ายรูปมากๆ 



น้องคนขับรถที่เราเช่าพาเที่ยวบอกว่ามีละครมาถ่ายที่นี่หลายเรื่อง (แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง555) ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นนะเพราะว่าสวยงาม สบายตามาก และถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวอากาศคงจะดีมาก แต่คนก็คงเยอะมากเช่นกัน เราเลยคิดว่าไปเที่ยวช่วงนี้ก็ดีนะ อากาศสบาย คนไม่เยอะ เที่ยวได้ชิลล์



สำหรับร้านชาของไร่ฉุยฟงนั้นมี 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเพิ่งสร้างใหม่ (อยากบอกว่าคล้ายคลึงกับร้านในไร่ชาที่เกาะเชจูมาก) คาเฟ่เป็นลักษณะอาคารเหลี่ยมๆ กรุกระจก ลายไม้ สไตล์โมเดิร์น แต่ฝั่งที่เราไปแวะชิมชาและขนมเป็นฝั่งตึกเก่าแบบธรรมดา แต่ก็มีระเบียงให้เห็นวิวของไร่ชากว้างสุดลูกหูลูกตาเหมือนกัน

แต่วันที่ไปแม้จะไม่ใช่ช่วง High season แต่คนก็เยอะ เราเลยจับจองที่นั่งริมระเบียงด้านนอกไม่ทัน เลยต้องนั่งด้านในแทน แต่ไม่เป็นไร ไว้ชิมขนมเสร็จค่อยไปเดินเล่นในไร่ชาอย่างใกล้ชิดก็ได้

มาดูกันเลยดีกว่าว่าวันนั้นเราสองคนจัดอะไรไปบ้าง เริ่มจากเครื่องดื่ม ซึ่งก็เป็นเมนูง่ายๆ แต่เข้มข้นมาก นั่นคือ "ชาเขียวนมสดปั่น" รสชาติไม่หวานไป กลิ่นชาเข้มข้นสมกับอยู่ในไร่ชาจริงๆ



ต่อไปก็มาดูเมนูของหวานยามเช้ากันบ้าง จานแรก คือ "ชีสเค้กชาเขียว" เนื่องจากเป็นคนชอบชีสเค้กมาก เลยต้องขอลองซะหน่อย ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวัง รสชาติชีสเข้มข้น หวานกำลังดีผสมรสขมนิดๆ ของชา รวมทั้งกลิ่นหอมๆ ของชาเขียวด้วย ส่วนใบชาที่ใช้แต่งหน้านั้น ขมมาก ขอบอกว่าลองมาแล้ว 555


จานต่อไป คือ "ลาวาชาเขียว" เนื้อเค้กจะเด้งๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเค้กไม่สุก 555 แต่ก็สุกแล้วนะ เพราะไม่ได้กลิ่นแป้งดิบ แต่ไส้ลาวาข้างในไม่ค่อยจะไหลเยิ้มเลย รสชาติเข้มข้นใช้ได้ค่ะ แต่เราคงไม่ค่อยชอบเนื้อเค้กแบบนี้ เลยยังไม่โดน เลยยกให้น้องสาวจัดการแทน



นอกจากของหวานและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีของคาวปิดท้ายอีกเล็กน้อย เนื่องจากจานนี้เป็นเมนูแนะนำ แต่ตอนแรกไม่เห็นเลยสั่งมากินปิดท้ายแทน นั่นคือ "ยำใบชาทอดกรอบ" แซ่บค่ะ พอชุบแป้งทอดแล้วกลบรสขมของใบชาหมดเลย น้ำยากลมกล่อมค่ะ



นอกจากเมนูที่เราสั่งแล้ว ทางไร่ยังมีเค้กอีกหลายเมนูรวมทั้งเครื่องดื่มหลากหลายค่ะ ดูแล้วน่ากินอีกหลายอย่างค่ะ แต่ไปกันสองคนเลยจัดมาได้แค่นี้ (นี่ก็เยอะมากแล้วนะ) 

หลังจากจัดเต็มกันขนาดนี้แล้วก็ได้เวลาไปเดินย่อย เก็บภาพสวยๆ ในไร่ชากันซะหน่อยแล้ว

อยากบอกว่าสวยจริงๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนไปเที่ยวกันเยอะๆ ค่ะ เมืองไทยมีที่สวยๆ ให้เที่ยวอีกเยอะ แม้ว่าคนจะนิยมไปเที่ยวภาคเหนือกันช่วงหน้าหนาว แต่ช่วงหน้าฝนก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะคะ ถ้าใครไม่ชอบคนเยอะๆ แออัด แนะนำให้ลองไปค่ะ รับรองว่าได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นชิลล์ๆ ถ่ายรูปฮิปๆ กันอย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ




วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทริปสั้นๆ ที่จันทบุรี ตอนที่ 2

เป็นทริปสั้นๆ ที่ใช้มีความห่างในการเขียนยาวนานมาก เนื่องจากติดปีใหม่ เปลี่ยนงานใหม่เลยลืมไม่ได้มาเขียนต่อ วันนี้นั่งว่างๆ เจอรูปเลยแวะเอามาแปะในบล๊อกซะหน่อย อยากที่บอกว่าทริปนี้ถือว่าไปดูงานมากกว่า เลยไม่ได้เที่ยวเยอะ

เช้าวันที่ 2 ก่อนกลับกรุงเทพฯ ก็ตื่นเช้ามาจัดการกับอาหารเช้าของโรงแรมซะหน่อย


ก่อนจะมาถ่ายรูปเล่นรอบๆ โรงแรมและริมชายหาดให้ตัวเองได้สัมผัสกับทะเลยามเช้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นอีกสักหน่อย ได้นั่งมองทะเล ท้องฟ้า หาดทราย และปูเสฉวนตัวเล็กๆ (แต่ถ่ายรูปไม่ทัน)









ก่อนเดินทางกลับก็ขอแวะไปยัง landmark อีกที่หนึ่งของจ.จันทบุรีที่เรียกว่าใครมาก็ไม่พลาดจะต้องไปถ่ายรูปกันทุกคน รวมทั้งเราและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ เพราะฉะนั้นกว่าจะได้รูปก็ต้องมีการต่อคิวกันเล็กน้อยเพื่อให้ได้รูปในมุมที่ต้องการ นั่นก็คือ จุดชมวิวเนินนางพญา ซึ่งเราสามารถมองเห็นถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ซึ่งถือเป็นถนนเรียบชายหาดที่สวยที่สุดเส้นหนึ่งเลยทีเดียว ใครมาเที่ยวจันทบุรีก็ห้ามพลาดจุดนี้นะคะ



อยากบอกว่าน้ำทะเลใสมาก ยิ่งมีแสงแดดตกกระทบส่องประกายระยิบระยับ เรียกว่าให้ต้องฝ่าแดดออกไปเดินชมก็คุ้มค่ะ

พอลงจากเนินนางพญาก็ขอแวะถ่ายรูปแถวๆ อ่าวคุ้งวิมานปิดท้ายซะหน่อย



ถ้าใครอยากหาทะเลที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มานั่งปล่อยอารมณ์ชิลล์ๆ ถือว่าจันทบุรีก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว จริงๆ แล้วที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกแต่เนื่องจากเรามีเวลาจำกัดจึงได้บรรยากาศของจ. จันทบุรีมาฝากเพียงเท่านี้นะคะ

ขอปิดท้ายด้วยรูปของเจ้าของบล๊อกกันสักนิดนะคะ บอกแล้วว่าแดดแรงก็สู้ค่ะถ้ามีวิวทะเลสวยๆ แบบนี้






วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

ทริปสั้นๆ กับครอบครัวที่ จันทบุรี ตอนที่ 1

วันนี้ขอเล่าถึงทริปสั้นๆ ก่อนวันหยุดปีใหม่ ซึ่งครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้ไปเที่ยวกันยกครอบครัวค่ะ นานๆ ที่จะได้ไปเที่ยวไหนด้วยกันที เพราะแต่ละคนก็มีภารกิจของตัวเอง

ทริปนี้เกิดจากคุณพ่ออยากจะไปดูกิจการของเพื่อนเพื่อเอามาปรับปรุงพัฒนากิจการเก่าแก่ของตัวเอง จึงต้องการระดมสมองจากลูกๆ ทุกคน (แต่ละคนก็เรียนมากันคนละสาย ทำงานก็แตกต่างกันไปค่ะ) มาช่วยกันคิด และศึกษางานจากกิจการของคนอื่นอีกที เพราะฉะนั้นทริปนี้จึงเป็นการเดินทางไปพักผ่อนของครอบครัวเพื่อธุรกิจค่ะ 555

วันแรกของการเดินทางจึงหมดไปกับการเดินทางจากกรุงเทพ - จันทบุรี กว่าจะไปถึงเลยต้องใช้เวลาอยู่ในรถนานไปหน่อย อีกทั้งขับเลยทางลัดเลยต้องไปทางหลักอย่างเดียว เรียกว่าออกสายๆถึงบ่ายๆ กันเลย  (ออกเช้าไม่ได้ เพราะเมื่อคืนเพิ่งจะไปจัด mid night sale เพื่อการลดหย่อนภาษีมา) 
จากนั้นก็ไปดูกิจการ ดูระบบของร้านของเพื่อนพ่อ พอธุระตรงนี้เสร็จเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าตรงสู่ที่พักกันเลยค่ะ ใจจริงเราอยากแวะไปถ่ายรูปที่อาสนพระแม่มารีอาปฏิสนธินิรมลด้วย แต่แม่ไม่อยากไปก็เลยอดค่ะ สรุปก็มุ่งหน้าตรงสู่ที่พักของเราในคืนนี้ซึ่งตั้งอยู่ที่หาดเจ้าหลาวค่ะ ห้องพักกว้างค่ะ แต่ติดจะเก่าไปสักหน่อย และวางผังห้องแปลกๆ เพราะเรานอนเตียงหน้าแอร์ โดนลมแอร์เป่าหัวจนต้องหาผ้ามาคลุมไว้ ไม่งั้นคงนอนไม่หลับหรืออาจจะป่วยได้ค่ะ


พอ check-in เก็บข้าวเก็บของเสร็จก็รีบถือกล้องลงไปเดินชายหาดเลยค่ะ เพราะพระอาทิตย์ทำท่าจะหนีไปซะแล้ว



ก็เดินเล่นถ่ายรูปอยู่ริมหาดกันสามคน คือพ่อและน้องสาว เพื่อรอสมาชิกคนอื่น เผอิญว่าห้องพักของพี่สาวมีปัญหาเรื่องห้องน้ำ แม่เลยอยู่ช่วยเคลียร์ ก่อนที่จะตามมาสมทบทีหลัง ก็เลยได้เก็บวิวครอบครัวพร้อมกับฉากพระอาทิตย์ไปด้วย หาดหน้าโรงแรมเป็นหาดส่วนตัวเลยคนน้อย สงบ เงียบค่ะ เดินถ่ายรูปเล่นกันได้ชิลล์เลย










พอถ่ายรูปกันจุใจพร้อมทั้งพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นเวลาอันควรเพื่อยกขบวนไปหาอาหารทะเลสำหรับมื้อเย็นวันนี้ ร้านที่เราจะไปชื่อ "ยายตุ๊ ซีฟู๊ด" ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมที่เราพักไปแค่กิโลกว่าๆ เท่านั้น นั่งรถแป๊บเดียวก็ถึง (คืออยากจะลองเดินนะคะ แต่อากาศมันไม่อำนวยค่ะ แล้วยังมีผู้สูงวัยอีก 2 คนด้วย) 
มาดูหน้าตาของอาหารมื้อนี้กันดีกว่าค่ะ


เมนูที่เราสั่งได้แก่ ปูอบวุ้นเส้น, ปลาเก๋าทอดน้ำปลา, กรรเชียงปู, ต้มยำกุ้ง และปูนิ่มทอดกระเทียม จริงๆ ยังมีอีก 2 เมนูคือ ผักบุ้งผัดกะปิและไข่เจียวหอยนางรม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมื้อเปื้อนไม่สามารถจับกล้องได้ คืออาหารร้านนี้จะมาเสิร์ฟแบบต่อเนื่องแต่ห่างๆกันหน่อยค่ะ อาหารรสชาติดีค่ะ ราคาไม่แพง อิ่มแปล้กันทั้งบ้านเลย พออิ่มก็กลับโรงแรมไปพักผ่อนได้ค่ะ 

เนื่องจากไม่ชอบเขียนบล๊อกเดียวยาวๆ เลยขอแบ่งทริปอีกวันไปเล่าในบล๊อกถัดไปนะคะ งั้นขอส่งท้ายด้วยรูปพระอาทิตย์ตกยามเย็นอีกสักรูปนะคะ