วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ภูฟิน...แวะฟินระหว่างทาง


อยากบอกว่า ลำดับบล๊อกที่เขียนไม่ได้เป็นไปตามลำดับการเดินทางไปถึงนะคะ อันนี้ขอเขียนตามลำดับความพึงพอใจ 555

บล๊อกที่แล้วพูดถึงสถานที่เที่ยวท่ามกลางธรรมชาติไปแล้ว งั้นตอนนี้กลับมาพูดถึงคาเฟ่เล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติกันบ้าง

เนื่องจากเรากินข้าวเหนียวไก่ย่างที่เสิร์ฟบนเครื่องบินกันแล้ว (Bangkok airways เสิร์ฟข้าวเหนียวไก่ย่างเป็น snack box จ้า)


เราเลยตัดสินใจกันว่าจะยังไม่กินอาหารมื้อหนักหรือมื้อหลัก แต่จะแวะคาเฟ่เล็กๆ ระหว่างทางที่จะไปออบขานกัน วิธีการตัดสินใจในการเลือกร้านสักร้านก็คือ การจิ้มจากแผนที่ โดยดูร้านที่อยู่ระหว่างทางจากตัวเมืองไปออบขาน ซึ่งเราใช้เส้นทางเชียงใหม่-หางดง-สะเมิง ผ่านแยกอุทยานราชพฤกษ์ไปค่ะ ก็มาสรุปลงเอยที่ร้านนี้ค่ะ "ภูฟิน" 

ทางร้านติดป้ายบอกทางอยู่เป็นระยะ แต่พวกเราพลาดทางเข้าแรกไป จึงไปเข้าอีกทาง ซึ่งขอบอกว่าช่วงแรกแม้ว่าทางจะแคบแต่ก็เป็นถนนอย่างดี จนไปเจอป้ายว่า "ทางลูกรัง 400 เมตร" เท่านั้นแหละ ค่อยๆ คานกันไปเลยทีเดียว (สะเทือนใจเล็กน้อย นี่ฉันเลือกร้านมาทำร้ายรถเพื่อนหรือเปล่าหว่า) จนถึงกับออกปากกันเลยว่า "ร้านมันชื่อภูฟิน เลยต้องทำทางให้ลำบากหน่อย ขึ้นไปถึงแล้วจะได้ฟิน 555"

และแล้วเราก็ไปถึงค่ะ ร้านมีที่จอดรถให้พอประมาณค่ะ พอไปถึงเห็นรถจอดอยู่หลายคันแสดงว่าก็มีคนพยายามขึ้นมากันไม่น้อยทีเดียว



มาดูบรรยากาศรอบๆ ร้านกันค่ะ

พอเดินเข้ามาก็อย่าลืมแวะเลือกดูเมนูทั้งเครื่องดื่มและขนมด้านหน้าก่อน เลือกแล้วก็สั่งได้ที่เคาน์เตอร์ตรงทางเข้านี่เลยค่ะ 
(พนักงานหรือเจ้าของร้านก็ไม่ทราบ คอยบอกทุกคนที่เดินเข้ามา ด้วยเสียงดังเล็กน้อยค่ะ)

ส่วนด้านบนนี้คือบรรยากาศโต๊ะนั่งค่ะ ก็เลือกที่ว่างได้ตามตำแหน่งที่ชอบเลย จริงๆ ร้านยังมีด้านในและด้านบนอีกเล็กน้อย แต่เนื่องจากวันที่เราไปกันคนค่อนข้างเยอะค่ะ โต๊ะด้านในมีคนนั่งเต็มเลยไม่กล้าเดินไปถ่ายรูป เกรงจะเป็นการรบกวนแขกคนอื่นในร้านค่ะ

ส่วนบริเวณนี้ก็คงต้องเรียกว่าเป็นจุดไฮไลท์เลยค่ะ เพราะมองเห็นวิวได้รอบทิศเลย เห็นหมู่บ้าน แปลงเกษตร และอ่างเก็บน้ำรอบๆ เลยค่ะ 
เป็นมุมเด่นที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปค่ะ แต่ยังไงก็ถอดรองเท้าก่อนเดินเข้าไปนะคะ จริงๆ ทางร้านก็มีป้ายติดบอก 
พร้อมกับชั้นวางรองเท้าไว้ให้เรียบร้อยอยู่แล้วค่ะ

วิวด้านล่างดูเขียวขะอุ่มดีค่ะ แม้ว่าแดดจะร้อน 
แต่ได้มองบรรยากาศสีเขียวๆ ก็เพลินๆ สบายตาดีค่ะ ฟิน...กับวิวเลย

โซนนี้คาดว่าเป็นที่นั่งอีกด้านที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติๆ อย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากตอนที่เราไป แดดร้อนมาก (ใกล้เที่ยงแล้ว) เลยไม่มีใครหาญกล้าลงไปนั่งค่ะ แค่ออกไปยืนถ่ายรูป ยังสะดุ้งเลยค่ะ ร้อนเท้ามากกกกก


บรรยายบรรยากาศของร้านมานิดหน่อยแล้ว ก็ได้เวลาชิมขนมและเครื่องดื่มของทางร้านแล้วค่ะ โดยเมนูที่เราสั่งไปมีเครื่องดื่ม 2 แก้ว และเค้ก 2 ชิ้น คือ ชาภูฟิน, Oreo malt milk shake, บลูเบอรี่ชีสเค้ก และเครปเค้ก ซอสสตรอเบอร์รี่ 

ขอบอกก่อนเลยนะคะ การบรรยายและวิจารณ์ขนมทั้งหมด เกิดจากความรู้สึกของพวกเรากันเองเท่านั้นนะคะ เรื่องรสชาติของอาหารนั้นเป็นความชอบส่วนบุคคลค่ะ หลายๆ คนไปอาจจะไม่คิดเหมือนพวกเราก็ได้

 มาเริ่มกันที่เครื่องดื่มเมนูแรกเลยกับชาภูฟิน เมนูนี้เป็นของน้องสาวเราค่ะ น้องบอกว่ากลิ่นชาเข้มข้นมากตอนแรก เป็นกลิ่นเหมือนชาอังกฤษ รสชาติไม่หวานมาก แต่พอคนๆ ไปเล็กน้อย ก็รู้สึกว่ามันเจือจาง อาจจะเป็นเพราะน้ำแข็งละลายเร็วมากเนื่องจากอากาศร้อนค่ะ


ส่วนแก้วนี้ของเราเองค่ะ Oreo malt milk shake เป็นเครื่องดื่มที่ไม่หวานมากค่ะ ตอนแรกกลัวว่าจะหวาน แต่ชิมไปแล้วรสชาติโอเคสำหรับคนที่ไม่กินเครื่องดื่มหวานๆ แบบเรา แต่ค่อนข้างเจือจาง รู้สึกว่ามันใสๆ ยังไงบอกไม่ถูก ไม่ค่อยเข้มข้นเลย ถือว่าพอใช้ได้ค่ะ


มาดูเมนูของหวานกันบ้าง เริ่มจาก เครปเค้ก ซอสสตรอเบอร์รี่กันเลยค่ะ เมนูนี้คงเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆคน ทางร้านจัดแต่งจานมาอย่างสวยงามค่ะ วิปครีมที่จัดแต่งจานมานุ่มกำลังดี เป็นวิปครีมที่ตีขึ้นมาจากนมสดค่ะ นุ่มๆ เบาๆ ตัดรสหวานได้ดีค่ะ


มาพูดถึงรสชาติของเครปเค้กกันบ้าง ตัวแป้งเครปไม่ค่อยนุ่มค่ะ เนื้อของครีมที่ปาดมาระหว่างชั้นก็ค่อนข้างให้ความรู้สึกหนักๆ ไม่ค่อยนุ่มแบบที่เราชอบ ส่วนซอสนั้นรสชาติออกจะหวานนำไปหน่อย โดยปกติแล้วซอสสตรอเบอร์รี่น่าจะออกเปรี้ยวหน่อยค่ะ เพื่อที่จะได้ตัดรสกะเครปและครีมที่จะออกหวาน เพราะฉะนั้นจานนี้เลยออกจะเลี่ยนไปหน่อย กินได้ไม่เยอะ สรุปว่าไม่ค่อยประทับใจค่ะ


มาถึงจานที่สอง ก็คือ บลูเบอร์รี่ชีสเค้กนั่นเอง การตกแต่งจานก็คล้ายๆ กับจานแรกค่ะ อ่อ..ที่อยากจะพูดถึงอีกอย่างก็คือ ช้อนที่ใช้กินขนมค่ะ คือมันค่อนข้างบางมาก จนกลัวจะบาดเลยค่ะ 
(อยากให้ทางร้านปรับปรุงตรงนี้นิดนึงด้วยค่ะ)


มาถึงรสชาติ อันนี้ถือว่าผ่านนะคะ แต่ไม่ได้โดดเด่นมาก คือรสชาติกลางๆ ทั่วๆไป มีข้อติอยู่นิดหน่อยตรงส่วนของชีสเค้ก เนื้อค่อนข้างแข็งมาก เหมือนว่าจะใส่แป้งมากเกินไปค่ะ ส่วนซอสบลูเบอร์รี่ที่ราดหน้าบนก็ปกติทั่วไปค่ะ


สรุปในเรื่องของรสชาติขนมและเครื่องดื่มนั้น สำหรับเราถือว่าแค่พอได้ค่ะ (ยังไม่ค่อยผ่าน) ไม่ได้ขนาดว่าต้องไปกินซ้ำหรือแนะนำคนอื่นว่าต้องไปให้ได้ คือยังไม่ฟินเท่าไรค่ะ

แต่สำหรับคนในเมืองที่ไม่ค่อยได้ไปสัมผัสธรรมชาติ การนั่งจิบเครื่องดื่มบนภูเขาท่ามกลางบรรยากาศเขียวๆ มองเห็นวิวรอบตัวแบบสุดลูกหูลูกตา ยิ่งถ้าไปช่วงอากาศเย็นๆ ก็น่าจะชิลล์ๆ สบายๆ กว่านี้ค่ะ ก็น่าลองไปสัมผัสกันสักครั้งนะคะ

เอาเป็นว่าถ้าใครผ่านไปทางนั้นแล้วยังไม่มีร้านเป้าหมายในใจ ลองแวะไปดู ลองชิมอาหาร ซึบซับบรรยากาศ พร้อมถ่ายรูปสวยๆ มาอวดเพื่อนกันก็ได้ค่ะ

สำหรับใครที่เคยไปมาแล้ว แวะมาแชร์ประสบการณ์ แบ่งปันความรู้สึกกันค่ะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น